ทส. - กฟผ. – GIZ ฉลอง 2 ปีแห่งความสำเร็จของกองทุน RAC NAMA Fund ผลักดัน แอร์ ตู้เย็น ตู้แช่สีเขียว ประหยัดพลังงาน ช่วยลดโลกร้อน ในงาน “Green Cooling Revolution: RAC NAMA Fund and the Future of Thai Industry”

 

สารกลุ่มไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ระดับหลายร้อยถึงหลายหมื่นเท่า สาร HFCs ใช้ในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่นในระบบดับเพลิง และเป็นสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ตู้แช่ เป็นต้น ดังนั้นสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จึงได้ทำข้อเสนอโครงการ RAC NAMA เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน NAMA Facility ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งโดยรัฐบาลเยอรมันร่วมกับรัฐบาลอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนดังกล่าวจำนวนเงินทั้งสิ้น 8.3 ล้านยูโร (ประมาณ 300 ล้านบาท) มาจัดตั้งเป็นกองทุน RAC NAMA Fund โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นของประเทศไทยสู่การใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพพลังงานสูงและสารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สผ. ร่วมกับ GIZ และ กฟผ.จัดงานสัมมนาเพื่อนำเสนอผลงานและความสำเร็จของกองทุน RAC NAMA  ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 โดยในงานมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งบริษัทผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนหน่วยงานประชาสัมคม และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมประมาณ 200 คน

โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ในฐานะผู้รับทุนในนามรัฐบาลไทย ได้ดำเนินมาตรการจูงใจทางการเงินเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์แอร์ ตู้เย็น ตู้แช่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอุดหนุนเงินให้ผู้บริโภคเพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้า ตลอดจนพัฒนาหลักสูตรช่างซ่อมบำรุง และจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคคลากรด้านช่างฝีมือร่วมกับภาครัฐและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

              นายวราวุธ ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมทั้งแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น โดยให้ความสำคัญต่อนโยบายการลดใช้สารทำความเย็นที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (National Determined Contribution: NDC) สำหรับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย ในระหว่างปี พ.ศ. 2564 – 2573 และได้แสดงความชื่นชมกับความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติอันนำมาซึ่งผลสำเร็จของกองทุนฯ โดยกล่าวว่า “รัฐบาลกำหนดนโยบายให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ซึ่งมีค่าศักยภาพการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential: GWP) ในระดับต่ำ โดยผสมผสานรูปแบบการสร้างโอกาสทางธุรกิจ การวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ร่วมกับการจัดการปัญหาทางสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน รวมทั้งขอชื่นชมไปยังรัฐบาลเยอรมัน และรัฐบาลอังกฤษ ในฐานะมิตรประเทศที่ได้เสริมสร้างความร่วมมือ และให้การสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ เทคโนโลยีและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

               นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของประเทศเยอรมนี ซึ่งมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ในฐานะผู้นำทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของโลก โดยไทยและเยอรมนีได้ร่วมดำเนินงานเพื่อรับมือกับปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมากว่า 10 ปี จึงรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานนี้ และหวังให้มีการถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ได้รับไปยังประเทศอื่นด้วย

               นางมาร์กาเร็ต ทังก์ อุปทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวถึงมุมมองของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งเล็งเห็นถึงประโยชน์ของกลไกทางการเงินเพื่อแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ใช้ขับเคลื่อนการปรับปรุงเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำหนดไว้ โดยผลสำเร็จของกองทุนฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ต่อประชาคมโลก