พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการกำหนดนโยบายและแผนของประเทศ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการกำหนดนโยบายและแผนของประเทศ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

View Calendar
19/04/2021 All day

พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการกำหนดนโยบายและแผน
ของประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564

          การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เป็นการดำเนินงานตามพันธกรณีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำรายงานแห่งชาติ (National Communication: NC) และรายงานความก้าวหน้ารายสองปี (Biennial updated report: BUR) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแสดงให้ประเทศภาคีต่างๆ ทราบถึงการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการดำเนินการร่วมกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การดำเนินงานด้านการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีองค์กรที่ถาวรรองรับการดำเนินงานให้มีความถูกต้อง ต่อเนื่อง และยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากรายงาน BUR จะต้องเข้าสู่กระบวนการทวนสอบความถูกต้อง โปร่งใส จากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Technical expert review) ภายใต้กรอบการดำเนินงานตามความตกลงในกรอบอนุสัญญาฯ ซึ่งจากความจำเป็นดังกล่าวสำนักงานนโยบายฯ ได้ดำเนินการจัดทำระบบและรูปแบบการรายงานข้อมูลกิจกรรมในภาคส่วนต่างๆ รวมถึงร่วมกับรัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse gas Emissions Inventory System: TGEIS) เพื่อให้สามารถจัดทำและรายงานข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีฐานข้อมูลที่สามารถจัดเก็บข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างเป็นระบบ

          เนื่องจากในปัจจุบันข้อมูลกิจกรรมที่ใช้ประกอบในการประเมินบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้และ
การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นข้อมูลทางสถิติที่จัดเก็บและรวบรวมจากหลายหน่วยงาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้มา
โดยการแปลข้อมูลพื้นที่จากภาพถ่ายดาวเทียม การรวบรวมข้อมูลทางสถิติจากพื้นที่ ตลอดจนการจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ ซึ่งมีวิธีการจัดทำและรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับรูปแบบการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ของแต่ละหน่วยงาน ทำให้ในปัจจุบันสามารถประเมินบัญชีก๊าซเรือนกระจกได้เฉพาะใน
บางประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำแนะนำของคู่มือคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ฉบับปี 2006 เท่านั้น นอกจากนี้ข้อมูลที่มีในแต่ละปียังมีความแตกต่างกัน เช่น บางปีมีการจำแนกพื้นที่ที่เป็นป่ากับพื้นที่ที่ไม่ใช่ป่า บางปีมีการจำแนกละเอียดถึงข้อมูลพื้นที่ป่าที่จำแนกประเภท ทำให้การประเมินบัญชีก๊าซเรือนกระจกในรายงานที่ผ่านมาซึ่งจำเป็นต้องใช้ข้อมูลละเอียดถึงปริมาณพื้นที่ป่าจำแนกแต่ละประเภท ต้องใช้การประมาณค่าข้อมูลกิจกรรมโดยวิธีการ Interpolation หรือ Extrapolation จากข้อมูลแนวโน้มของพื้นที่ป่าแต่ละประเภทที่มีอยู่ ส่งผลให้ข้อมูลการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง อีกทั้งการประเมินค่าบัญชีก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนนี้มีความซับซ้อน และยังมีช่องว่างอีกมาก ซึ่งยากที่จะยกระดับการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนนี้ให้ครบถ้วนตามคำแนะนำของคู่มือ IPCC ฉบับปี 2006 ได้

          นอกจากนี้ สผ. ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาข้อมูลภูมิอากาศจากการสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing) และ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งจะแสดงให้เห็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง เป็นต้น ซึ่งจะนำมาสู่การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่การปฏิบัติและการบรรลุเป้าหมายต่างของประเทศและระดับโลกร่วมกัน ดังนั้น หากได้มีการดำเนินงานร่วมกับ GISTDA ซึ่งมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่จะช่วยสร้างรากฐานที่สำคัญของการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

หลักการและเหตุผล และกำหนดการ